Compare Listings

ติดตั้งระบบ “ไฟฟ้า” อย่างไรให้ปลอดภัย “บ้าน”

ติดตั้งระบบ “ไฟฟ้า” อย่างไรให้ปลอดภัย “บ้าน”

 

ปัญหาไฟรั่ว ไฟช็อต ภายในบ้านมักเกิดจากสายไฟฟ้าชำรุด การวาง ระบบไฟฟ้า ไม่ดี ไม่มีฉนวนป้องกันไฟ หรือไม่ติดตั้งสายดิน ซึ่งอาจทำให้คนในบ้านได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญของโลก ถึงแม้มันจะช่วยทำประโยชน์ได้มากมาย แต่ก็แฝงภัยอันตรายด้วยเช่นกัน เราจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวคือ การเดินระบบไฟภายในบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตเราล้วนๆ เราจะต้องเรียนรู้เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับชีวิต และทรัพย์สินของเรา

ปัญหาของสายไฟฟ้า
สายไฟฟ้าปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 7-8 ปี หากพบว่าฉนวนที่หุ้มสายไฟเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง หรือเริ่มกรอบแตก ควรเปลี่ยนสายไฟใหม่ทันที เพราะอาจเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ อีกทั้งควรเดินสายไฟฟ้าแบบในท่อร้อยสายไฟ เพื่อป้องกันฉนวนที่หุ้มสายไฟไม่ให้ขีดข่วนชำรุด โดยเฉพาะสายไฟที่อยู่บริเวณนอกบ้าน เช่น ไฟรั้ว สนาม สายไฟส่วนใหญ่จะไม่มีท่อหุ้ม เมื่อโดนแดดโดนฝนนานๆ ก็จะรั่ว เป็นอันตราย ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ

วิธีเดินระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัย
1. การต่อสายดิน
เครื่องใช้ไฟฟ้ามักมีส่วนประกอบที่ทำจากโลหะ เมื่อมีการชำรุดจะทำให้เกิดไฟรั่วได้ เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานอย่างมาก การต่อสายดินโดยใช้สายไฟฟ้าต่อกับโครงสร้างส่วนที่เป็นโลหะของอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นลงดิน ก็เพื่อเป็นทางให้กระแสไฟฟ้าที่อาจจะรั่วไหลออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นไหลลงสู่ดิน โดยผ่านทางสายดินที่ได้ต่อไว้ แทนที่จะไหลผ่านตัวผู้ใช้งานหรือผู้ที่ไปสัมผัส

2. การใช้ฉนวนป้องกันไฟฟ้า
ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ชำรุดฉีกขาดได้ง่าย ไม่ว่าการดึง กระชาก หรือวางสิ่งของทับสายไฟ ก็เป็นสาเหตุของการชำรุดได้ทั้งนั้น นอกจากนี้การต่อสายไฟฟ้าใช้งานชั่วคราวที่มักจะใช้ตะปูตอกกดทับไว้ ก็สามารถทำให้ฉนวนชำรุด กลายเป็นสายเปลือยไปจุดต่อต่างๆ ที่ต่อไว้โดยพันฉนวนป้องกัน ซึ่งจะกลายเป็นจุดอันตราย จึงควรหมั่นตรวจสภาพฉนวนของสายไฟฟ้า หรือสายอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อหารอยแตกปริหรือฉีกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงขั้วต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ขั้วหลอด ปลั๊ก ถ้าพบว่ามีการชำรุดอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทันที

3. ใช้สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ
อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนี้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถตัดวงจรไฟฟ้าได้ทันทีที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติในวงจรไฟฟ้าจะมีกระแสไฟฟ้าไหลในสายไฟทั้ง 2 สายเท่ากัน แต่เมื่อเกิดมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดิน โดยผ่านร่างกายหรือผ่านตัวนำอื่นๆ ก็ตาม กระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายทั้งสองจะไม่เท่ากัน เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว อุปกรณ์ตรวจสอบการรั่วของกระแสไฟฟ้าจะส่งสัญญาณไปยังสวิตช์อัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่ตัดวงจรทันทีก่อนที่จะมีผู้ได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้า นับว่าเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก แต่อุปกรณ์ชนิดนี้มีราคาแพง เอาเป็นว่าถ้าอยากเซฟชีวิตมากขึ้นก็ต้องลงทุนกันสักหน่อยค่ะ

คำแนะนำการวางระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม
1.การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้กำลังไฟเยอะๆ ควรแยกเบรกเกอร์ของใครของมันเพื่อความปลอดภัย
2. แยกสายเมนไฟในแต่ละชั้นพร้อมตู้ควบคุมไฟ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน กรณีที่ไฟฟ้าชั้นใดชั้นหนึ่งมีปัญหา อีกชั้นจะยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ และง่ายต่อการซ่อมบำรุง
3. การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ปลั๊กหรือสวิตช์ด้านนอกบ้านที่มีโอกาสสัมผัสกับน้ำ ความชื้น หรือละอองฝน จะต้องติดตั้งชนิดมีฝาปิดกันน้ำเสมอเพื่อความปลอดภัย
4. การเดินสายไฟฝังในผนังจะต้องร้อยท่อเสมอ ใช้ได้ทั้งท่อที่ทำจาก EMT หรือท่อ PVC ซึ่งก็แล้วแต่งบประมาณในกระเป๋าของแต่ละคนค่ะ
5. สายไฟฟ้าที่อยู่บนฝ้าเพดานจะต้องร้อยท่ออ่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยจากหนูที่ชอบมากัดสายไฟ รวมถึงสภาพที่เปลี่ยนแปลงทั้งความร้อนและความชื้นที่อยู่บนฝ้าเพดาน เพื่อยืดอายุการใช้งานของสายไฟในบ้านคุณ
6.การติดตั้งระบบไฟฟ้า ท่านควรเลือกใช้ช่างไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสมาชิกภายในบ้าน และที่สำคัญหากคุณพบสายไฟฟ้าในบ้านมีปัญหา หรือเริ่มเสื่อมสภาพ อย่าซ่อมเองเป็นอันขาด ควรตามผู้รู้หรือช่างมาซ่อมจะดีกว่าค่ะ

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมมูล : www.gurubaan.com

Related posts

6C ตอบโจทย์ความสำเร็จในธุรกิจนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

6C...

อ่านต่อ

สัมมนาธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ “ Step to Real Estate Agent ”

โอกาสดีๆ สำหรับผู้ที่สนใจ...

อ่านต่อ

สัมมนาธุรกิจ

  สัมมนานายหน้าอสังหา ฯ “...

อ่านต่อ

เข้าร่วมการสนทนา